ธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต้ โมริโน (Perito Moreno) ความงามมรดกโลกที่จะต้องไปดูให้ได้สักครั้งในชีวิต ⋆ Fallenforadventure
บันทึกการเดินทาง style adventure travel แบบใกล้ชิดธรรมชาติ
travel, vacations, adventure, adventure travel, female blogger, travel blog, female travel blog, nature travel, บันทึกการเดินทาง, เที่ยวเอง, เที่ยวที่ใหม่ๆ, เที่ยวภูเขา, เที่ยวทะเล, เดินป่า, บล็อกเที่ยว, เที่ยวอเมริกาใต้, เที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ
184
post-template-default,single,single-post,postid-184,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive

ธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต้ โมริโน (Perito Moreno) ความงามมรดกโลกที่จะต้องไปดูให้ได้สักครั้งในชีวิต

สวัสดีค่ะ กลับมากันอีกครั้งกับบันทึกการเดินทางของกิ๊บตอนที่ 2 ตอนนี้เรายังอยู่คงในพาทาโกเนีย ฝั่งประเทศอาร์เจนติน่าเหมือนเดิม สถานที่ที่กิ๊บจะพาไปเที่ยวในตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็น highlight อีกที่นึงของที่นี่ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาดูให้เห็นกับตาให้ได้สักครั้งในชีวิตเลยก็ว่าได้ สถานที่แห่งนี้คือธารน้ำแข็งเปอริโต้ โมริโน (Perito Morino Glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งยักษ์ ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอส กลาซิอาเรส (Los Glaciares) ใกล้ขั้วโลกใต้ ธารน้ำแข็งนี้ถือเป็นสถานที่มหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ UNESCO ยกให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 เลยค่ะ

perito moreno 2.JPG

ธารน้ำแข็งเปอริโต้ โมริโน ใหญ่โตอลังการไม๊คะ

การเดินทางมาธารน้ำแข็งเปอริโต้ โมริโนนั้น ไม่ยากเท่าไรค่ะ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากเมืองเอล คาลาฟาเต้ (El Calafate) มากนัก เพียงแค่ 60 กว่าโล หรือนั่งรถประมาณชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว ส่วนการเดินทางไปเมืองเอล คาลาฟาเต้อย่างที่บอกจากตอนที่แล้ว ว่ามี direct flight มาถึงจากเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสเลย (Buenos Aires) ใช้เวลาบินประมาณ 3.5 ชั่วโมงค่ะ

การมาเที่ยวธารน้ำแข็งเปอริโต้ โมริโนสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่

  1. นั่งเรือ Cruise ดูธารน้ำแข็งจากบนเรือ อันนี้เหมาะกับคนที่มีอายุหน่อย คนที่มากับเด็ก หรือคนที่ร่างกายไม่ฟิตเท่าไรค่ะ ก็ล่องเรือไปดูธารน้ำแข็งไป สบายๆค่ะ
  2. ยืนดูธารน้ำแข็งจาก patio ที่เค้าสร้างไว้ให้ ก็จะเห็นธารน้ำแข็งแบบในรูปด้านบน ซึ่งก็สวยและพิเศษมาก เพราะยืนๆดูไปสักพัก ธารน้ำแข็งตรงที่อยู่ริมสุดจะค่อยๆถล่มลงมา หรือเรียกว่า Ice Calving ซึ่งจะเกิดเสียงดังกระหึ่มเลยทีเดียว
  3. อีกวิธีนึงคือการเดินเข้าไปบนธารน้ำแข็งเลย หรือเรียกว่า Glacier Hike อันนี้ใครที่ร่างกายพอไหวอยากให้ลองไปเดิน เพราะมันพีคสุดๆ ที่จะเห็นวิวในแบบพาโนราม่าพร้อมสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด บริษัทที่พาไปเดินนี้มีอยู่แค่บริษัทเดียว ชื่อบริษัท Hielo Y Adventura เรียกว่าทำเป็น monopoly เลยก็ว่าได้ เค้าจะมีการเดิน 2 แบบ คือ Mini Trekking และ Big Ice

Mini Trekking จะเป็นการเดินระยะสั้นกว่า ให้ได้ลิ้มรสชาติของการเดินบนน้ำแข็ง ใช้เวลาเดินอยู่บนน้ำแข็งประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วน Big Ice จะเป็นแนวโหดหน่อย คือต้องเดินบนภูเขาไปก่อนประมาณชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่จะไปถึงจุดศูนย์กลางของธารน้ำแข็ง หรือที่เค้าเรียกกันว่า Journey To The Center of the Glacier ซึ่งใช้เวลาเดินบนน้ำแข็งทั้งหมดอีกประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง หลังเดินบนธารน้ำแข็งเสร็จ ค่อยเดินกลับลงเขามาอีกชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเท่ากับใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่งค่ะ ดังนั้นการเดิน Big Ice นั้น ทางทัวร์จะรับเฉพาะคนที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อายุระหว่าง 15-50 ปีเท่านั้น และต้องไม่ได้ตั้งครรภ์หรือมีโรคประจำตัวใดๆค่ะ ตอนที่เราไปเราเลือกเดิน Big Ice อันนี้เพราะไหนๆไปแล้วก็อยากเห็นใกล้ๆให้มากที่สุด ซึ่งคุ้มมากๆ จะบอกว่าถ้าร่างกายไหวอันนี้ถือว่าควรทำมากๆค่ะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจทำ ควรจองแต่เนินๆ เพราะเค้ารับจำนวนจำกัด โดยเฉพาะ Big Ice ถ้าเป็นไปได้สัก 2-3 เดือนก่อนจะไปควรจองไว้ก่อนเลยค่ะ

วันที่เราจะไปเดิน Big Ice กัน เค้าให้มาเจอกันตอน 7 โมงเช้าที่ออฟฟิศซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเอล คาลาฟาเต้เลย พวกเราเดินจากโรงแรมมาประมาณ 10 นาทีเอง แล้วก็นั่งรถบัสที่บริษัททัวร์จัดไว้ให้ ไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไปถึงเค้าก็จะให้เวลาอิสระ ชื่นชมและถ่ายรูปธารน้ำแข็งจากทางเดินที่เค้าทำไว้ให้

perito-moreno-1

วิวจาก walkway ค่ะ

perito

perito-walkway

ทางเดินจัดไว้สำหรับเดินชมธารน้ำแข็ง

เมื่อชื่นชมธารน้ำแข็งกันเสร็จแล้วก็เริ่มออกเดินทางโดยนั่งเรือประมาณ 20 นาทีเพื่อให้เข้าไปใกล้ๆธารน้ำแข็ง หลังจากนั้นเค้าจะแบ่งเราออกเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนึงประมาณ 10 คนต่อไกด์ 2 คน สำหรับกลุ่ม Big Ice ของเรานั้นมีทั้งหมดประมาณ 4-5 กลุ่ม เดินเข้าป่า ขึ้นเขาอยู่สักชั่วโมงครึ่งค่ะ แต่วิวก่อนจะถึงธารน้ำแข็งก็สวยไม่แพ้กันเลยนะคะ

big-ice

big-ice-2

ใกล้ถึงแล้วค่ะ

เมื่อเราไปถึงทางเชื่อมเข้าธารน้ำแข็งแล้ว ตรงนี้คือโอกาสสุดท้ายที่จะใช้ห้องน้ำเพราะหลังจากเข้าไปเดินบนธารน้ำแข็งแล้วจะไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้อีก 3 ชั่วโมงครึ่งเลยค่ะ หลังจากใช้ห้องน้ำเสร็จสรรพ เค้าก็จะมีทีมงานมาช่วยใส่รองเท้า crampons และสอนวิธีการเดินในน้ำแข็ง ซึ่งเราต้องเดินเป็นแถวเรียงเดียว พยายามเหยียบน้ำแข็งก้อนเดียวกับที่ไกด์เราเดินไป เพื่อความปลอดภัยค่ะ เค้าจะกลัวมากเรื่องน้ำแข็งบาง เหยียบไปแล้วถล่มอะไรแบบนี้

big-ice-3

เดินเป็นแถวเรียงหนึ่งเพื่อความปลอดภัยค่ะ

big-ice-5

เดินเจอถ้ำน้ำแข็งด้วย เจ๋งมากๆ

big-ice-4

อีกกลุ่มนึงเห็นจากไกลๆค่ะ

big-ice-8

เมื่อน้ำแข็งละลายบนธารน้ำแข็งก็ทำให้เกิดแม่น้ำขึ้น หรือเรียกว่า Melt Water ค่ะ สวยมากจริงๆ

big-ice-team

โฉมหน้าทีมพิชิตธารน้ำแข็งและไกด์อีก 2 คนค่ะ

big-ice-cheers

ตอนนั่งเรือขากลับ เค้ามีแจก whiskey ให้ทุกคนเพื่อเป็นการ celebrate ด้วยค่ะ

อันนี้เป็น full day activity กลับถึงในเมืองเอล คาลาฟาเต้ ก็ประมาณ 6โมงทุ่มนึงค่ะ ราคาทัวร์อยู่ที่ประมาณคนละ $200 กว่าเหรียญ USD ค่ะ

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับ adventure นี้

  • กิจกรรม: Glacier Hike
  • เส้นทางที่เลือก: Big Ice
  • ระยะทาง: 6 km. hike บนเขา + Glacier Hike
  • ระยะเวลา: 3 ชั่วโมง hike บนเขา + 3 ชั่วโมงครึ่งเดินบนน้ำแข็ง = 6 ชั่วโมงครึ่ง
  • ระดับความยาก: 8/10
  • ระดับความสวย: 10/10
  • ราคา: USD$200 กว่า

Checklist ที่ต้องเตรียม นอกจากอุปกรณ์ hike ธรรมดาแล้ว ยังต้องเตรียม

  • เสื้อผ้าไปหลายๆๆๆชั้นเลยค่ะ เพราะว่าไปเดินบนธารน้ำแข็งที่โล่งๆ หนาวและลมแรงมากๆ  เพราะฉะนั้นชั้นในสุดควรเป็นเสื้อและกางเกง heat tech ส่วนชั้นนอกสุดเป็นเสื้อหนาวและกางเกง waterproof เพราะต้องนั่งกินข้าวกันบนน้ำแข็งเลย ถ้ากางเกงไม่กันน้ำ ตอนเดินกลับจะหนาวมากๆค่ะ ส่วนใครที่ไม่มีก็ไปเช่าในเมืองเอล คาลาฟ้าเต้ได้ ในเมืองมีร้านให้เช่าอุปกรณ์อยู่หลายร้าน ราคาไม่แพงค่ะ
  • อุปกรณ์กันหนาวทั้งหลาย ถุงมือ หมวก beanie ผ้ากันจมูก มีะไรเอาไปให้หมดเลยค่ะ
  • อาหารกลางวัน ไม่มีรวมด้วย ต้องเอาไปเองนะคะ เราซื้อ sandwich กันไปจาก supermarket ในเมืองเอล คาลาฟาเต้
lunch-big-ice

นั่งทานอาหารกลางวันกันบนน้ำแข็งเลยค่ะ

big-ice-outfits

บางช่วงบางตอนก็ต้องคลุมกันขนาดนี้เลยทีเดียว

สิ่งที่ชอบอย่างนึงเกี่ยวกับเมืองนี้คือเป็นเมืองที่ ban การใช้ถุงพลาสติก จริงๆแล้วหลายเมืองในแถบพาทาโกเนียจะไม่มีการใช้ถุงพลาสติกกันเลย เนื่องจากอย่างที่เรารู้ๆกันว่าถุงพลาสติกนั้นเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาเรื่องการย่อยสลาย การทำลาย รวมไปถึงที่บางทีสัตว์ต่างๆนึกว่าถุงพลาสติกเหล่านี้เป็นอาหารแล้วก็กินเข้าไป ทำให้เป็นอันตรายต่อทั้งสัตว์และสิ่งแวดล้อมค่ะ (เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆต้องไปซื้อของที่ supermarket ล่ะก็อย่าลืมเตรียมกระเป๋าไปใส่ด้วยนะคะ)

พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม จริงๆธารน้ำแข็งเปอริโต้ โมริโนเองนั่นก็ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับ climate change ที่อุณหภูมิของโลกนั้นสูงขึ้นๆเรื่อยๆ เลยทำให้ธารน้ำแข็งละลายใน rate ที่เร็วกว่าสมัยก่อนมากๆเลยทีเดียว ว่ากันว่าอีกหน่อยธารน้ำแข็งหลายๆที่เหล่านี้จะกลายเป็นเพียงภูเขาธรรมดาในอีกประมาณ 50 ปีข้างหน้า 🙁 เราเลยอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้กับทุกๆคนด้วย ให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน ลดการปล่อย CO2 คนละเล็กละน้อยก็ยังดีนะคะ รวมถึงเวลาไปเที่ยวเราทุกคนต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติ ไม่ทิ้งขยะ บุหรี่ตามที่ต่างๆ เราจะได้มีธรรมชาติสวยๆแบบนี้ไว้ชื่นชมกันไปนานๆนะคะ 🙂

Facebook Page: Fallen For Adventure

Instagram: prangvadee

No Comments

Post A Comment