Mt. Fitz Roy พาทาโกเนีย ดินแดนสวรรค์สุดขอบโลก ⋆ Fallenforadventure
บันทึกการเดินทาง style adventure travel แบบใกล้ชิดธรรมชาติ
travel, vacations, adventure, adventure travel, female blogger, travel blog, female travel blog, nature travel, บันทึกการเดินทาง, เที่ยวเอง, เที่ยวที่ใหม่ๆ, เที่ยวภูเขา, เที่ยวทะเล, เดินป่า, บล็อกเที่ยว, เที่ยวอเมริกาใต้, เที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ
40
post-template-default,single,single-post,postid-40,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive

Mt. Fitz Roy พาทาโกเนีย ดินแดนสวรรค์สุดขอบโลก

เราอยากจะเริ่มเขียนบล็อกแรกเกี่ยวกับพาทาโกเนีย (Patagonia) เพราะว่าที่แห่งนี้คือที่ที่พิเศษสุดและชอบมากที่สุดที่นึงบนโลกนี้ รวมถึงตอนเราหาข้อมูลเพื่อไปเที่ยวที่นี่ ข้อมูลหายากมาก เนื่องจากข้อมูลต่างๆหลายอย่างยังไม่มีอยู่บนอินเตอร์เน็ต และข้อมูลที่มีหลายๆอย่างที่มีก็ไม่ตรง (ทำเอาพวกเราตกรถบัสข้ามชายแดนจากอาร์เจนติน่าไปชิลีเลย) เลยอยากจะมาแบ่งปันข้อมูลการท่องเที่ยวที่สวยๆแบบนี้ให้ทุกคน

พาทาโกเนียคือพื้นที่ตรงสุดปลายติ่งของทวีปอเมริกาใต้ ครอบคลุม 2 ประเทศคืออาร์เจนติน่าและชิลี มีเทือกเขา Andes เป็นเทือกเขาหลัก

patagonia-map

ที่มา: standfords

เรามีโอกาสได้ไปเยือนทั้งสองฝั่ง แต่บล็อกนี้เราจะเล่าถึงฝั่งอาร์เจนติน่าก่อนนะคะ

การจะไปถึงพาทาโกเนีย อย่างแรกเราต้องไปเมืองหลวงของอาร์เจนติน่าก่อน ซึ่งก็คือเมืองบัวโนว ไอเรส (Buenos Aires) จากนั้นก็นั่งสายการบินภายในประเทศไปที่เมืองเอล คาลาฟาเต้ (El Calafate) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ วิวบนเครื่องสวยมากยิ่งโดยเฉพาะตอนเครื่องจะลง

(Tip: ถ้าเป็นไปได้เลือกนั่งฝั่งขวาของเครื่องบินเพื่อวิวแม่น้ำและภูเขาตัดกันสวยงามมากค่ะ)

patagonia-plane-view

รูปเครื่องบินตอนลงที่เราถ่ายจากมือถือ

เมื่อไปถึงเมืองเอล คาลาฟาเต้แล้ว เราก็ต้องนั่งรถบัสต่อไปอีกประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปที่เมืองเอล ชาลเท่น (El Chalten) สำหรับรถบัสที่ให้บริการนั้นมีอยู่ประมาณ 2-3 บริษัท แต่เราเลือกรถบัสของบริษัท Tasqa ราคาต่อเที่ยว $25 ซึ่งถือว่าใช้ได้ ตรงเวลา รถใหม่มี 2 ชั้น และสามารถซื้อล่วงหน้าในเวปได้เลยค่ะ

สำหรับเมืองเอล ชาลเท่นนั้นเป็นเมืองเล็กๆน่ารักอยู่บนภูเขา เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนภูเขาฟิตซ์ รอย (Mount Fitz Roy) เลย ส่วนภูเขาฟิตซ์ รอยนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์นึงของพาทาโกเนียก็ว่าได้ค่ะ เป็นภูเขาหินแกรนิตมีหลายยอด เมื่อเวลาตัดกับน้ำใน lake ที่เป็นสีฟ้าจะสวยมากกก (ภูเขาฟิตซ์ รอยนี่แหละคือภูเขาที่ยี่ห้อ patagonia เอาไปใช้เป็นสัญลักษณ์โลโก้ของแบรนด์ค่ะ)  ถ้ามาแล้วถ้าต้องไปเห็นให้ได้เลย

ร้านอาหารในเมือง El Chalten
เป็นบุฟเฟ่ใครอยากตักอะไรก็ตัก

การที่เราจะไปดูภูเขาฟิตซ์ รอยใกล้ๆนั้น เราจะต้อง hike ไปค่ะ อันนี้ขอแนะนำว่าถ้าเตรียมฟิตร่างกายสักนิดก่อนมาก็ดี จะได้เดินแบบไม่ทรมาน เพราะเราต้อง hike ทั้งหมดเป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร! ฟังดูเหมือนจะเดินไม่ไหว แต่บรรยากาศตลอดการเดินนั้นสวยงานจนลืมเหนื่อยไปหลายทีอยู่เหมือนกันค่ะ สำหรับคนที่ยังไม่เชี่ยวชาญในการ hike และอยากมีไกด์นำทางนั้น ก็สามารถทำได้ เราไปผู้หญิง 4 คน เลยได้ใช้บริการจ้างไกด์เหมือนกันค่ะ ดีเหมือนกันเพราะเค้าเดินเส้นทางนี้จนชำนาญแล้ว สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แถมตอนหลังๆมีช่วยถือกระเป๋าด้วย ราคาอยู่ที่คนละ $85 ต่อคน สำหรับ private group 4-5 คน รวมอาหารกลางวันซึ่งคือแซนวิชกับแอปเปิ้ลด้วย (ถ้าไปคน สองคนสามารถไป join group กับคนอื่นได้ ราคาก็จะไม่แพงมากค่ะ)

พวกเราเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ 7.30 โมงเช้าโดยมีรถจากบริษัททัวร์พร้อมไกด์มารับที่โรงแรมเพื่อไปส่งที่ Trail head จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เค้ามีเส้นทางเดินหลายเส้นทางแต่ Trail ที่เราเลือกเดินคือ Laguna De Los Tres ค่ะ

ภูเขาฟิตซ์ รอบอยู่ด้านหลัง
%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2

%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2-4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2-3

น้ำสะอาดมาดจนสามารถตักกินได้เลย
วิวเปลี่ยนไปเรื่อยๆทุกๆชั่วโมงเลยค่ะ

หลังจากเดินไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก็มาถึงจุดชมวิวที่มองภูเขาฟิตซ์ รอยเห็นชัดและสวยที่สุด เราเลยถือโอกาสนั่งพักกินข้าวเที่ยงซะเลย ขอบอกว่า 400-500 เมตรก่อนถึงยอดเขานี้โหดสุดๆ เพราะทางทั้งชั้นและลื่น แถมยังเหนื่อยอีก แต่วิวตอนขึ้นมาถึงนี่คุ้มจริงๆๆๆ

400-500 เมตรก่อนถึงยอด
วิวบนยอดเขา หายเหนื่อยเลยค่ะ

%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2

พักทานข้าวเที่ยว วิวดีสุดๆค่ะ
ถึงเวลาเดินลง

หลังจากเยี่ยมชมภูเขาฟิตซ์ รอยเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ hike ต่อจนเดินกลับไปถึงโรงแรมเลย ไปถึงโรมแรมประมาณทุ่มกว่าๆ ระยะทางทั้งหมดประมาณ 26 กิโลค่ะ

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับ adventure นี้

  • กิจกรรม: Hiking
  • เส้นทางที่เลือก: Laguna De Los Tres
  • ระยะทาง: 26 km. (16 ไมล์)
  • ระยะเวลา: 11 ชั่วโมง
  • ระดับความยาก: 9/10
  • ระดับความสวย: 10/10
  • ราคา: USD$85 ถ้าเอาไกด์นำทาง

 

Checklist สิ่งของที่ต้องเตรียมสำหรับ hike

  • รองเท้าเดินป่าแบบใส่สบายที่สุด
  • ไม้เดินป่า (hiking pole) อันนี้ขอแนะนำเลยเพราะช่วยทุ่นแรงได้เลย โดยเฉพาะทางลงค่ะ ยิ่งคนที่มีปัญหาเรื่องเข่ายิ่งต้องเตรียมไป
  • เสื้อผ้าใส่สบาย หลายๆชั้น เพราะอากาศที่พาทาโกเนีย เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก ทางที่ดีคือเอาเสื้อผ้าบางๆไปหลายๆชั้นค่ะ แต่งตัวแบบมี Theme เป็น Onion มีหลายชั้น
  • เสื้อกันฝน อันนี้ก็สำคัญมาก เพราะกันได้ทั้งฝนและลม
  • หมวก หรือ beanie
  • แว่นกันแดด
  • ครีมกันแดด ส่วนใหญ่ทางเดินจะไม่มีร่มเงา เพราะฉะนั้นต้องคอยทาครีมกันแดดไว้นะคะ
  • กระเป๋าเป้ แบบมีหลายช่องหยิบสะดวก
  • ขวดน้ำ อย่างที่บอกว่าน้ำที่พาทาโกเนียสะอาดมากโดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติ เพราะฉะนั้นสามารถตักจากลำธารใส่ขวดได้เลยค่ะ
  • ขนมแบบ energy bar และผลไม้ เช่น แอปเปิ้ลหรือกล้วย

สำหรับ Checklist สิ่งของที่ต้องเตรียมไปเดินป่าและวิธีเลือกซื้ออุปกรณ์แต่ละชนิด เพื่อนๆสามารถเข้าไปอ่านเต็มๆได้ที่นี่เลยค่ะ

(Tipในประเทศอาร์เจนติน่านั้นมีปัญหาเรื่องเงินปลอมค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นเพื่อนๆควรจะแลกเงินไปจากเมืองไทยหรือแหล่งที่เชื่อใจได้ก่อนเดินทางไป เมื่อไปถึงแล้วอาจจะมี exchange rate บางที่ที่ดูล่อใจ ยิ่งไม่ควรแลกเพื่อความปลอดภัยนะคะ อีกอย่างเวลานั่งรถแท็กซี่ควรเตรียมเงินให้พอดีกับค่าโดยสาร เพื่อหลีกเลี่ยงการรับเงินทอนจากแท๊กซี่ซึ่งเป็นที่เสี่ยงที่นึงที่จะได้รับเงินปลอมเลยค่ะ)

บล็อกต่อๆไปเราจะมาเล่าที่อื่นๆในพาทาโกเนียที่รับรองความสวยว่าไม่แพ้ที่นี่แน่นอนมาให้ฟังกันต่อ เชื่อว่าถึงแม้จะอยู่ไกลแสนไกลจากเมืองไทย หลายๆคนคงเริ่มอยากไปเยือนพาทาโกเนีย ดินแดนสวรรค์แห่งนี้สักครั้งในชีวิตแล้ววว

Facebook Page: Fallen For Adventure

Instagram: FallenForAdventure

Instagram: Prangvadee

No Comments

Post A Comment