10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวแอฟริกา ⋆ Fallenforadventure
บันทึกการเดินทาง style adventure travel แบบใกล้ชิดธรรมชาติ
travel, vacations, adventure, adventure travel, female blogger, travel blog, female travel blog, nature travel, บันทึกการเดินทาง, เที่ยวเอง, เที่ยวที่ใหม่ๆ, เที่ยวภูเขา, เที่ยวทะเล, เดินป่า, บล็อกเที่ยว, เที่ยวอเมริกาใต้, เที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ
1596
post-template-default,single,single-post,postid-1596,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive

10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวแอฟริกา

แอฟริกาเป็นอีกทวีปที่ดูเหมือนจะยังเป็นดินแดนที่ยังเป็น mystery อยู่สำหรับคนไทยหลายๆคน แต่เดี๋ยวนี้เริ่มเห็นคนไทยไปเที่ยวแอฟริกามากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากไปเที่ยวแอฟริกามาหลายครั้งพอสมควร ก็ทำให้กิ๊บมีประสบการณ์และได้เจอเรื่องตื่นเต้น (ให้มีเรื่องสนุกๆมาเล่าต่อให้เพื่อนๆฟัง)

บล็อกนี้เลยอยากมาเขียนเล่าสำหรับเพื่อนๆที่อยากไปเที่ยวแอฟริกา อาจจะไปครั้งแรก ไม่รู้ต้องเตรียมตัวยังไง บล็อกนี้จะบอกเล่าถึงคำแนะนำของการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวแอฟริกา เพื่อให้เราไปแล้วสบายที่สุด ลำบากน้อยที่สุดค่ะ 🙂

  1. Pack light!

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการไปเที่ยวแอฟริกาอย่างนึงเลยก็คือ ต้อง pack light ค่ะ กระเป๋าควรจะใบเล็กและไม่หนักมาก สำหรับเพื่อนๆที่จะไปเที่ยวซาฟารี ข้อจำกัดอย่างนึงคือท้ายรถมันเล็กมากๆ เพราะฉะนั้นทางทัวร์เค้าจะแนะนำให้ใช้กระเป๋าที่อย่างน้อย ด้านหนึ่งเป็นแบบ soft เพื่อการจัดเก็บที่ง่ายนะคะ ส่วน material กระเป๋าก็ควรเป็นผ้าใบหรือวัสดุแบบกันฝุ่นด้วย เพราะถนนส่วนใหญ่ไม่ได้ปูยาง ฝุ่นเยอะมากจริงๆค่ะ

กระเป๋าที่เหมาะกับการไปเที่ยวซาฟารี

ส่วนถ้าเพื่อนๆคนไหน ไปเที่ยวแบบต้องนั่งเครื่องบินเล็กต่อด้วย อันนี้ต้องเช็คกับทางทัวร์ หรือสายการบินดีๆเลยนะคะ เพราะส่วนใหญ่เครื่องบินเล็กที่แอฟริกาจะมีข้อจำกัดเรื่องกระเป๋าที่  strict มากๆ เค้าจะให้ใช้เป็น duffel bag ธรรมดาที่ไม่มีโครงเลย เพราะปากประตูที่เก็บกระเป๋าของเครื่องบินเล็กนั้น จะเล็กมากๆจริงๆ ถ้าเค้าเก็บเราเข้าเครื่องไม่ได้ เราจะต้องรื้อทุกอย่างใส่ถุงพลาสติกเค้ามา หรือจ่ายค่ารถเพื่อขับมาส่งที่โรงแรม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ไม่คุ้มเลยค่ะ

2. เตรียมของใช้ส่วนตัวไว้ใน backpack บ้าง

ทริปล่าสุดที่ไปซิมบับเวกับบอสวาน่า เจอบทเรียนเข้าไปเพราะตอนไปถึงกระเป๋าไม่มา! ต้องไปทำเรื่องหากระเป๋าอะไรต่างๆที่สนามบินวุ่นวายมาก แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ เป็นประจำทุกวัน สำหรับสายการบิน หรือสนามบินแถวนั้น (โดยเฉพาะคนที่มีเปลี่ยนเครื่อง และเป็นสายการบินของชาติในแอฟริกา) เพราะแค่จากไฟลท์เรา กระเป๋าไม่มากันถึง 6 คน ซึ่งสำหรับพวกเราคือน่าตกใจมาก แต่เจ้าหน้าที่ทั้งที่สนามบินและโรงแรมบอกว่าปกติ เกิดขึ้นทุกวัน (กระเป๋าเรามาถึงวันที่ 5 ของการเดินทาง ส่วนของแฟนเราไม่มีตลอดทั้งทริปเลย!) ซึ่งเป็นอะไรที่สุดมาก กับการที่ไม่มีของใช้ส่วนตัวตอนอยู่แอฟริกา เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้แพ๊คเสื้อ 1-2 ตัว ชุดชั้นใน ครีมทาหน้า อะไรสำคัญๆ ไว้ในกระเป๋าบ้าง เผื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณ 😫

3. ปริ้นเอกสารการเดินทางและการเข้าเมืองต่างๆออกมาเก็บไว้กับตัว

การไปแอฟริกาไม่เหมือนไปเที่ยวยุโรปหรืออเมริกา ตรงที่เราจะต้องเตรียมตัวให้ดีให้พร้อมมากกว่า เพราะหลายๆประเทศที่ไปไม่มี WiFi ให้ต่อด้วยซ้ำ และหลายๆทีก็ซื้อ Sim Card เค้าไม่ได้ หรือมี Sim Card แต่ไม่มีสัญญาณ เพราะฉะนั้นเราควรถ่ายสำเนาเอกสารการเดินทางที่สำคัญออกมาไว้กับตัวทั้งหมด เช่น

Passport, Visa, ตั๋วเครื่องบิน, ใบจองโรงแรม, ตารางการเดินทาง หรือใบเสร็จจ่ายเงินให้ทัวร์

เพราะถ้าเค้าขอเรียกดู แล้วไม่มี

4. เลือกบริษัททัวร์ (และโรงแรม) ที่มีชื่อเสียงดี

สำหรับกิ๊บการเลือกบริษัททัวร์ในแต่ละประเทศที่ไปเที่ยวเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่เราไปเที่ยวประเทศที่ยังไม่ค่อยเจริญมากนัก เพราะฉะนั้นก่อนไปเที่ยวทุกครั้ง กิ๊บจะทำการบ้านก่อนค่อนข้างเยอะ อ่านรีวิวบริษัททัวร์และโรงแรม เพราะเวลามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น บริษัททัวร์คือคนที่จะช่วยเราติดต่อ หรือทำเรื่องอะไรต่างๆนานาได้ก่อนเลย อย่างเช่นเรื่องที่กระเป๋าหายในแอฟริกา คนที่ช่วยเรื่องติดต่อสายการบิน สนามบิน ฯลฯ คือ บริษัททัวร์และโรงแรมที่กิ๊บพัก คือเค้าบอกเลยว่ายูไปเที่ยวตามโปรแกรมเลย หาซื้อเสื้อผ้า เครื่องใช้ ส่วนเรื่องกระเป๋าเค้าจะตามหาให้เอง ซึ่งคนที่เป็นคนหากระเป๋ากิ๊บเจอก็คือผู้บริหารโรงแรมที่เราพัก ซึ่งได้ยินเรื่องว่าเรากระเป๋าหาย และช่วยตามหาให้เองจนเจอ

5. ฉีดยาวัคซีนตามที่ประเทศเค้ากำหนดและเตรียมยาที่จำเป็นไปด้วย

ประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกา กำหนดให้นักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนไข้เหลือง และกินยามาลาเรีย เวลาฉีดไข้เหลืองแล้ว เค้าจะมีสมุดวัคซีนให้ก็เอาไปด้วยเผื่อเจ้าหน้าที่ขอดูตอนเข้าประเทศเค้าค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่อยู่กรุงเทพ ก็ไปฉีดกันได้ที่สถานเสาวภา

ส่วนมาลาเรีย ของที่ไทยมีแต่แบบที่ต้องกินนานๆ หลายๆอาทิตย์ ต่อ 1 โดส ส่วนตัวเลยไม่ได้กิน อันนี้ลองปรึกษาหมอ วิจารญาณส่วนตัว และความสะดวกของใครของมันเลยค่ะ

และอย่าลืมเตรียมยาและของใช้ที่จำเป็นไปด้วย เพราะการจะไปซื้อยาตามประเทศพวกนี้ส่วนใหญ่จะยาก จะไม่มียี่ห้อเดียวกับที่เรากินอยู่ค่ะ

6. แต่งตัวด้วยสี neutral colors หรือสีที่เราจะ blend in กับธรรมชาติได้ง่าย

เช่น สีครีม สีเขียวทหาร สีน้ำตาล เป็นต้น เนื่องจากถ้าเราใส่สีฉูดฉาด จะทำให้สัตว์เห็นเราง่ายขึ้น และสัตว์ทุกชนิดกลัวคนหมด รวมถึงสิงโต เพราะฉะนั้นถ้าเราใส่สีชมพู สีส้ม สัตว์ก็จะหนีเราง่ายหรือเราอาจจะเป็นจุดสนใจของพวกเค้ามากที่สุด ต้องบอกว่าข้อนี้สำคัญมากโดยเฉพาะคนที่จะไปเที่ยวในประเทศ หรือ area ที่นักท่องเที่ยว/ รถไม่เยอะ อาจจะเป็นแบบ private concession เพราะว่ารถก็เป็นแบบเปิดหมดเลย เราเลยต้องดึงดูดความสนใจจากสัตว์ให้น้อยที่สุด

อีกอย่างควรหลีกเลี่ยงการใส่สี ฟ้า หรือ ดำ เพราะเป็นสีที่ดึงดูด Tsetse flies ที่เหมือนยุงแต่กัดเจ็บกว่าหลายเท่าอีกด้วยนะคะ

Color palette for safari

7. ทำประกันการเดินทาง
อยากบอกว่าสำหรับกิ๊บประกันการเดินทางเอาไว้กันเผื่ออุบัติเหตุที่ต้องหาหมอ เข้าโรงพยาบาล หรือเวลาไม่สบายที่ต้องใช้ evacuation เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราต้องมีประกันกาเดินทางที่ cover เรื่องพวกนี้เผื่อเอาไว้ รวมถึงกิจกรรมที่เราจะทำในต่างประเทศบางกิจกรรมจะบังคับว่าเราต้องมีประกันการเดินทางด้วย เช่น whitewater rafting หรือ bike tour

แต่เอาจริงๆกระเป๋าไม่มา ของหายอะไรพวกนี้ อย่าไปหวังประกันการเดินทางจะจ่ายให้ เพราะไม่เคยเบิกได้สักที ถึงได้ก็เป็นจำนวนเงินน้อยมาก แต่ขั้นตอนขอสินไหมเยอะ วุ่นวายมาก รอบนี้ก็ยังเบิกไม่ได้ 🤕

8. ทำวีซ่าแต่เนิ่นๆ

บางประเทศคนไทยต้องมีวีซ่า และไม่สามารถทำ Visa on arrival ได้ เช่น Zimbabwe, Botswana, etc. อย่างประเทศซิมบับเว เค้ามี E-visa online เพราะฉะนั้น process ไม่ยากเท่าไร แต่อย่างบอสวาน่า ไม่มี E-visa และไม่มีสถานฑูตที่เมืองไทย เพราะฉะนั้นเราจะต้องส่ง Application ไปที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถานฑูตที่ใกล้ที่สุด เดี๋ยวนี้โชคดีเพราะไม่ต้องส่ง passport ไป แค่ส่ง Application ไปทางอีเมลล์ เมื่อเค้า approve แล้วจะส่งเป็นไฟล์กลับมาทางอีเมลล์ แต่เพื่อนๆควรจะส่ง Application แต่เนิ่นๆ ให้เวลาเค้าทำงานนานๆหน่อย ขนาดของกิ๊บส่งไปก่อนเกิดเดือน ยังต้องโทรจิก โทรตามทุกวัน จนมาได้วีซ่า 2 วันก่อนเดินทาง เรียกได้ว่าเฉียดฉิวสุดๆเลยค่ะ

9. เตรียมของกินและขนมไปเผื่อ โดยเฉพาะคนที่ทานยาก

อาหารที่แอฟริกาอาจจะไม่ถูกปากทุกคน โดยเฉพาะเวลาที่ไปอยู่ Camp ไกลๆจากโลกภายนอก เราจะต้องกินอาหารที่ทาง Camp เตรียมให้ ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารฝรั่ง แบบเนื้อย่าง แกะย่าง ปลาย่าง กันกับ มันฝรั่งบด และผัดผัก เพราะฉะนั้นสำหรับคนไทยเจอแบบนี้ทุกมื้ออาจจะเลี้ยนได้ ส่วนใหญ่เวลาไปแบบนี้กิ๊บจะพกพวกน้ำพริก น้ำจิ้มซีฟู๊ดไปด้วย เพื่อความแซ่บค่ะ

10. RESPECT! เคารพคน เคารพสัตว์และธรรมชาติ เคารพวัฒนธรรมและประเพณี และเคารพกฎหมาย

การไปเที่ยวประเทศอื่น เราจำเป็นต้องเคารพสถานที่ คน วัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละที่ด้วย แน่นอนว่าแต่ละที่อาจมีความเชื่อ หรือการกระทำอะไรที่แตกต่างออกไปจากที่เราคุ้นเคย อาจเป็นสิ่งที่ดูแปลกสำหรับเรา แต่เราต้องเคารพสิ่งที่เค้าเป็นไม่ล้อเลียน หรือหัวเราะ

นอกจากเคารพคนและสถานที่แล้ว เรายังต้องเคารพสัตว์และธรรมชาติด้วยนะคะ โดยเฉพาะเมื่อเราไปเที่ยวแอฟริกา เพราะเวลาเราเข้าไปซาฟารี ก็เหมือนเราเข้าไปเยือนบ้านของพวกน้องสัตว์ เราจะต้องไม่เสียงดัง โวยวาย ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด บางประเทศในแอฟริกาเค้าเริ่มแบนถุงพลาสติกแล้ว เช่นที่บอสวาน่าคือไม่ให้เอาถุงพลาสติกเข้าไปเลย โดยเค้าจะสุ่มตรวจที่สนามบินตอนขาเข้า เพราะฉะนั้นเราต้องศึกษากฎ ข้อห้ามของแต่ละประเทศให้ดีก่อนไปเที่ยวด้วยนะคะ

หวังว่าบล็อกนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆทุกคนที่อยากไปเที่ยวแอฟริกากันไม่มากก็น้อยนะคะ

No Comments

Post A Comment